แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรคหัวใจ ป้องกันได้ด้วย คาวตอง พลัส2

โรคหัวใจ คืออาการผิดปกติเกิดขึ้นเฉียบพลัน คือ อาการผิดปกติเบื้องต้นของร่างกายที่

บ่งชี้ว่าอาจเป็น โรคหัวใจ พบบ่อยในคนทั่วไปที่คิดว่าตัวเองสุขภาพดี ทั้งที่ความจริงเป็นโรค

หัวใจ
   


     โรคหัวใจล้มเหลวไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นเดี่ยวๆแต่มักจะมีโรคอื่นๆเป็นผลตามมา โดยปกติหัวใจจะมีระบบกล้ามเนื้อที่แข็งแรงเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ แต่ในกรณีผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว การบีบตัวของหัวใจจะค่อยๆเสื่อมลง และไม่สามารถทำงานตามความต้องการของร่างกาย

    ภาวะหัวใจล้มเหลวจึงมีผลกระทบต่อการทำงานของไตในการขับเกลือโซเดียมและของเสียออกจากร่างกาย จึงเกิดการตกค้างอยู่ในร่างกายมากเกินไป ทำให้เกิดอาการบวมตามบริเวณข้อเท้าและขา นอกจากนี้อาจจะไปสะสมอยู่ที่ปอดด้วยทำให้หายใจไม่สะดวก ความรุนแรงของสภาวะและอาการป่วยขึ้นอยู่กับความสามารถในการบีบตัวของหัวใจ ร่างกายสามารถทำงานชดเชยจากการเสื่อมของหัวใจได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่จะเป็นผลเสียในระยะยาว อาการเริ่มต้นของภาวะหัวใจเสื่อมการทำงานที่สามารถสังเกตได้ เช่น หอบเหนื่อยมีอาการอ่อนเพลียเมื่อออกกำลังกาย หากการเสื่อมของหัวใจมากขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อยแม้ขณะอยู่เฉยๆ

     โรคหัวใจล้มเหลวจะมีผลกระทบต่อคุณภาพชีิวิตของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลบ่อยครั้ง
           อาการของโรคหัวใจ
          1. เหนื่อยเวลาออกกําลังกาย เพราะหัวใจทําหน้าที่ในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขณะที่เราออกกําลังกาย หัวใจจะทํางานหนักมากขึ้น ปกติเวลาที่เราออกกำลังกายไปถึงระดับหนึ่งจะรู้สึกเหนื่อย แต่ในรายของคนที่มีอาการเริ่มต้นของ โรคหัวใจ แม้ออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย จะรู้สึกเหนื่อยผิดปกติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นหากออกกำลังกาย แล้วรู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ อาจเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่า คุณอาจเป็น โรคหัวใจ
           2. 
เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก มักพบบ่อยในคนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ อาการดังกล่าวจะมีลักษณะเฉพาะคือ รู้สึกเหมือนหายใจอึดอัด และแน่นบริเวณกลางหน้าอก เหมือนมีของหนักทับอยู่ หรือรัดไว้ให้ขยายตัวเวลาหายใจ โดยมากอาการนี้ จะแสดงออกเวลาที่หัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ระหว่างการออกกำลังกาย หรือใช้แรงมากๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า อาจเป็น โรคหัวใจ

          3. ภาวะหัวใจล้มเหลว เกิดจากการที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างของร่างกายได้อย่างเพียงพอ โดยผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเหนื่อย ทั้งที่ออกกำลังกายเพียงนิดหน่อย หรือเหนื่อยทั้งที่นั่งอยู่เฉยๆ ในกรณีที่เป็นมาก อาจทำให้ไม่สามารถนอนราบได้เหมือนปกติ เพราะจะรู้สึกเหนื่อยเวลาหายใจ และอึดอัดตรงหน้าอก นอกจากนั้น อาจมีอาการหอบจนต้องตื่นขึ้นมาหอบกลางดึกอีกด้วย อาการภาวะหัวใจล้มเหลวนี้ หากไม่รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
           4. 
ใจสั่นและหัวใจเต้นผิดจังหวะ ปกติหัวใจของเราจะเต้นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอประมาณ 60 -100 ครั้ง/นาที แต่สำหรับคนที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจขยับไปถึง150 -250 ครั้ง/นาที ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอนี้ จะทำให้เหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่ทัน
           5. เป็นลมหมดสติ คืออีกหนึ่งอาการที่เตือนว่าคุณอาจเป็น โรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ซึ่งมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นลมหมดสติสูง เนื่องจากจังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ เพราะเซลล์ซึ่งทำหน้าที่ให้จังหวะไฟฟ้าในหัวใจเสื่อมสภาพ ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าลง และส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จนทำให้เป็นลมไปชั่วคราวได้ ทั้งนี้ การเป็นลมหมดสติ มักจะเกิดในท่ายืนมากกว่านั่ง ทำให้ขณะล้มลงศีรษะมีโอกาสฟาดพื้น และเกิดการกระทบกระเทือนต่อสมองได้มากกว่า ดังนั้น ใครที่เป็นลมบ่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็น โรคหัวใจ ได้
           6. หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ในกรณีนี้มักเกิดจากความผิดปกติของเซลล์หัวใจโดยตรง และมักเกิดกับคนปกติที่ไม่มีอาการของ โรคหัวใจ มาก่อนล่วงหน้า ซึ่งหากมีอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือที่รวดเร็ว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
         นอกจากความผิดปกติชนิดเฉียบพลันแล้ว อาการบ่งชี้ที่สังเกตได้จากร่างกายของเราเอง ก็เป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่เตือนให้รู้ว่า คุณอาจเป็น โรคหัวใจ และควรไปพบแพทย์โดยด่วนได้เช่นกัน เป็นต้นว่า...
           1. 
ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อกดดูแล้วมีรอยบุ๋มตามนิ้วที่กดลงไป ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คโดยด่วน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า เวลานี้คุณอาจอยู่ในภาวะหัวใจล้มเหลวโดยที่ไม่รู้ตัว
          2. 
ปลายมือ ปลายเท้า และริมฝีปากมีลักษณะเขียวคล้ำ อาการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทางเดินของเลือดในหัวใจห้องขวากับห้องซ้ายมีการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการผสมของเลือดแดงกับเลือดดํา และทําให้ปริมาณของออกซิเจนในเลือดมีปริมาณน้อยลง
     ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส2 ช่วยป้องกันและแก้ปัญหา โรคหัวใจ ได้ที่สาเหตุ 
     ด้วยสรรพคุณที่เด่นชัด ผ่านการตรวจสอบ วิจัย ทดลองแล้ว จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ปัญหาโรคหัวใจ อย่างได้ผล


    โรคหัวใจ สามารป้องกันและแก้ปัญหาได้ด้วย คาวตองพลัส2
     ด้วยส่วนประกอบที่เป็นสุดยอดสมุนไพร
     ส่วนประกอบสำคัญ 
      1.เบต้ากลูแคน 
      2.สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina Algae) 
      3.วิตามินซี
      4.สารสกัดบิลเบอร์รี่ Bilberry Extract
      5.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 
      6.สารสกัดจากมะขาม-ป้อม 
      7.โคเอนไซม์ Q10 
      8.เอนไซม์โบรมีเลนจากสับปะรด 
     ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ คาวตองพลัส2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมอย่างสูง
    

    อย. เลขที่ 71-1-44242-1-0071
    ดูข้อมูลที่ http://kowtongplustwo.blogspot.com
    ปริมาณและราคา
    คาวตอง พลัส2 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล    ราคา   1,200 บาท
    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
    คุณ วีระชัย  ทองสา โทร. 085-0250423 , 080-4248112
          ID Line : weerachaicoffee
           email : weerachai.coffee@hotmail.com




โรคกระเพาะอาหาร ป้องกันได้ด้วย คาวตอง พลัส2

โรคกระเพาะอาหาร  เกิดจากสาเหตุหลายประการ และมีกลไกการเกิดโรคที่ซับซ้อนมาก สาเหตุมาจากกรดและน้ำย่อยที่หลั่งออกมาในกระเพาะอาหาร ไม่ว่ากรดนั้นจะมีปริมาณมากหรือน้อยจะเป็นตัวทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารร่วมกับมีความบกพร่องของเยื่อบุกระเพาะอาหารที่สร้างแนวต้านทานกรดไม่ดี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งเสริมให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้แก่ ยาแอสไพริน ยารักษาโรคกระดูกและข้ออักเสบ การสูบบุหรี่ ความเครียด อาหารเผ็ด สุรา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร เกิดการอักเสบเรื้อรัง แล้วนำไปสู่การเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นได้


     ‘เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร’ อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของโรคแผลในกระเพาะอาหาร
     ปัจจุบันพบว่าเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหาร มีรูปร่างเป็นเกลียวและมีหาง มีความทนกรดสูงเนื่องจากสามารถสร้างสารที่เป็นด่างออกมาเจือจางกรดที่อยู่ รอบๆตัวมัน  ทำให้สามารถอาศัยอยู่ในชั้นผิวเคลือบภายในกระเพาะอาหารได้ และยังสร้างสารพิษทำลายเซลล์เยื่อบุผิวของกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดการอักเสบและเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร จึงนับเป็นสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ขณะที่ทำการรักษาแผลในกระเพาะอาหารอยู่ เชื้อนี้จะเป็นต้นเหตุทำให้แผลหายช้า และทำให้แผลที่หายแล้วกลับเป็นซ้ำได้อีก รวมถึงยังเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอีกด้วย



    อาการสำคัญของโรคแผลในกระเพาะอาหาร
      -ปวด หรือจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่หรือช่องท้องช่วงบน ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด มักเป็นในช่วงท้องว่างหรือหิว โดยอาการดังกล่าวมักไม่เป็นตลอดทั้งวัน
      -อาการปวดแน่นท้อง บรรเทาลง ได้ด้วยอาหารหรือยาลดกรด ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดมากขึ้นหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารรสเผ็ดหรือเปรี้ยวจัด เป็นต้น
      -อาการปวด มักเป็นๆ หายๆ นานเป็นปี โดยมีช่วงเว้นที่ปลอดอาการค่อนข้างนาน เช่น ปวดอยู่ 1-2 สัปดาห์และหายไป หลายๆ เดือนจึงกลับมาปวดอีกครั้ง
      -ปวดแน่นท้องกลางดึกหลังจากหลับไปแล้วจนต้องตื่นขึ้นมา
      ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการปวดท้องแต่จะมีอาการแน่นท้อง หรือรู้สึกไม่สบายในท้อง มักจะเป็นบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือกลางท้อง รอบสะดือ ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีท้องอืดร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังกินอาหารจะมีท้องอืดขึ้นชัดเจน มีลมมากในท้อง ท้องร้องโกรกกราก ต้องเรอหรือผายลมจะดีขึ้น อาจมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังอาหารแต่ละมื้อหรือช่วงเช้ามืด ผู้ป่วยอาจมีอาการอิ่มง่ายกว่าปกติ ทำให้กินได้น้อย และน้ำหนักลดลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีอาการเรื้อรังเป็นปี แต่สุขภาพทั่วไปมักไม่ทรุดโทรม น้ำหนักไม่ลด รวมถึงไม่มีภาวะซีดร่วมด้วย

       ภาวะแทรกซ้อนของโรคแผลใน กระเพาะอาหาร พบได้ประมาณร้อยละ 25-30 อาทิ ภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร พบได้บ่อยที่สุด ผู้ป่วยจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเหลวสีดำ เหนียว คล้ายน้ำมันดิน หรือมีหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นลม
        กระเพาะอาหารทะลุ ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องช่วงบนเฉียบพลัน รุนแรง หน้าท้องแข็ง ตึง กดเจ็บมาก กระเพาะอาหารอุดตัน ผู้ป่วยจะรับประทานได้น้อย อิ่มเร็ว อาเจียนหลังอาหารเกือบทุกมื้อ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง
    โรคกระเพาะอาหาร สามารป้องกันและแก้ปัญหาได้ด้วย คาวตองพลัส2
     ด้วยส่วนประกอบที่เป็นสุดยอดสมุนไพร
     ส่วนประกอบสำคัญ 
      1.เบต้ากลูแคน 
      2.สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina Algae) 
      3.วิตามินซี
      4.สารสกัดบิลเบอร์รี่ Bilberry Extract
      5.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 
      6.สารสกัดจากมะขาม-ป้อม 
      7.โคเอนไซม์ Q10 
      8.เอนไซม์โบรมีเลนจากสับปะรด 
     ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ คาวตองพลัส2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมอย่างสูง
    

    อย. เลขที่ 71-1-44242-1-0071
    ดูข้อมูลที่ http://kowtongplustwo.blogspot.com
    ปริมาณและราคา
    คาวตอง พลัส2 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล    ราคา   1,200 บาท
    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
    คุณ วีระชัย  ทองสา โทร. 085-0250423 , 080-4248112
          ID Line : weerachaicoffee
           email : weerachai.coffee@hotmail.com



โรคความดันโลหิตสูงป้องกันได้ด้วย คาวตอง พลัส2

   โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต โรคหัวใจเป็นโรคที่มีอัตราตายสูง ดังนั้นการป้องกันความดันโลหิตสูงสามารถป้องกันอัตราการตายจากโรคหัวใจ และโรคอัมพาต โรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตของทุกท่านเนื่องจากไม่มีอาการเตือนดังนั้น การจะทราบว่าเป็นความดันโลหิตสูงจำเป็นต้องวัดความดันโลหิต
  

        อาการของโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ เนื่องจากความดันโลหิตจะเพิ่มอย่างช้าๆทำให้ร่างกายโดยเฉพาะหลอดเลือดปรับตัวทันขึงไม่มีอาการ ผู้ป่วยความดันโลหิตส่วนใหญ่จะมาด้วยโรคแทรกซ้อนโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นความดันโลหิตสูง ดังนั้นจึงแนะนำให้วัดความดันทุก 2 ปีสำหรับคนที่ความดันโลหิตปกติ 
       อาการที่ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่พาผู้ป่วยมาโรงพยาบาลได้แก่
     1.ปวดศีรษะ  ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดศีรษะในกรณีที่ความดันขึ้นอย่างรวดเร็วหรือเกิดภาวะ Hypertensive crisis โดยทั่วไปความดันโลหิตตัวบน Systolic จะมากกว่า 110 มม ปรอท หรือ Diastolic มากกว่า 110 มม ปรอท อาการปวดศีรษะมักจะปวดมึนๆบางคนปวดตลอดวัน ปวดมากเวลาถ่ายอุจาระ หากเป็นมากจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
     2.เลือดกำเดาไหล ร้อยละ 17 ของผู้ป่วยที่เลือดกำเดาไหลจะเป็นความดันโลหิตสูงดังนั้นผู้ที่มีเลือดกำเดาออกต้องวัดความดันโลหิต
     3.มึนงง Dizziness อาการมึนงงเป็นอาการทั่วๆไปพบได้ในหลายภาวะ เช่นเครียด นอนไม่พอ ทำงานมากไป น้ำตาลในเลือดสูง แต่ก็อาจจะพบในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยมักจะบอกว่ารู้สึกไม่แจ่มใส สมองตื้อๆ
      4.ตามัวในรายที่ความดันโลหิตสูงเป็นมากและมีการเปลี่ยนแปลงของจอรับภาพผู้ป่วยก็จะมีปัญหาทางสายตา
      5.เหนื่อยง่ายหายใจหอบ อาการหอบ เหนื่อยง่าย เวลาออกแรง เช่น เดิน วิ่ง ทำงาน มีสาเหตุมากมาย เช่น โลหิตจาง(ซีด) โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคปอด ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว (heart failure)


     สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง
    1.การรับประทานอาหารเค็มซึ่งจากการศึกษาพบว่าการรับประทาน อาหารเค็ม จะมีส่วนทำให้เกิดความดันโลหิตสูง แนะนำว่าคนปรกติไม่ควรที่จะรับประทานเกลือเกิน 3.8 กรัมต่อวัน
   2.กรรมพันธุ์ เชื่อว่าพันธุกรรมจะมีผลต่อระบบฮอร์โมนทำให้มีการหลั่งสารเคมีมากไป Renin angiotensin มากทำให้ความดันโลหิตสูง
   3.ความผิดปรกติของหลอดเลือดเนื่องมาจากโรคอ้วน อายุมาก เชื้อชาติ และการขาดการออกกำลังกาย

       ปัจจัยเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูง
    1.น้ำหนัก คนอ้วนพบความดันโลหิตสูงมากกว่าคนผอม โดยเฉพาะคนที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 30 เมื่อลดน้ำหนักความดันจะลดลง
    2.เกลือ ทานเค็มมีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตสูง
    3.การขาดการออกกำลังกาย
   7.โรคเบาหวาน
     โรคความดันโลหิตสูง สามารป้องกันและแก้ปัญหาได้ด้วย คาวตองพลัส2
     ด้วยส่วนประกอบที่เป็นสุดยอดสมุนไพร
     ส่วนประกอบสำคัญ 
      1.เบต้ากลูแคน 
      2.สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina Algae) 
      3.วิตามินซี
      4.สารสกัดบิลเบอร์รี่ Bilberry Extract
      5.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 
      6.สารสกัดจากมะขาม-ป้อม 
      7.โคเอนไซม์ Q10 
      8.เอนไซม์โบรมีเลนจากสับปะรด 
     ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ คาวตองพลัส2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมอย่างสูง
    


    อย. เลขที่ 71-1-44242-1-0071
    ดูข้อมูลที่ http://kowtongplustwo.blogspot.com
    ปริมาณและราคา
    คาวตอง พลัส2 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล    ราคา   1,200 บาท
    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
    คุณ วีระชัย  ทองสา โทร. 085-0250423 , 080-4248112
          ID Line : weerachaicoffee
           email : weerachai.coffee@hotmail.com